Showing posts with label qa. Show all posts
Showing posts with label qa. Show all posts

Friday, August 01, 2014

รับน้องดุ หรือ รับน้องสยองขวัญ หรือเตะรุ่นน้อง หรือรับน้องโหด


http://www.dailynews.co.th/Content/crime/256182/

เรื่อง รับน้องดุ หรือ รับน้องสยองขวัญ หรือเตะรุ่นน้อง หรือรับน้องโหด
ก็ล้วนแต่เป็นเรื่องที่ถูกมองว่าไม่เหมาะสมด้วยหลายประการ
ข่าวบอกว่าเรื่องเกิดในวัดแห่งหนึ่ง ย่านบางกรวย
ซึ่งอยู่ตรงข้ามโรงเรียนแห่งหนึ่งในย่านบางกรวย นนทบุรี
แล้ว นายโรจนะ กฤษเจริญ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ได้ส่งศูนย์เฉพาะกิจช่วยเหลือนักเรียน เข้าไปตรวจสอบที่โรงเรียน
และพบว่าเป็นการเตะเข้าแก๊ง เข้ากลุ่ม เหตุเกิดหลังเลิกเรียน
รุ่นพี่ได้ไปดักต้อนเด็กรุ่นน้องคนนี้ไปที่วัด
ตอนนี้ผู้ปกครองทราบเรื่องแล้วเตรียมไปแจ้งความดำเนินคดีกับรุ่นพี่ที่เตะลูกไม่ยั้ง 
ขณะที่ สพฐ.หารือกับโรงเรียนและขอให้เพิ่มช่วงเวลาดูแลเด็กนักเรียนให้มากขึ้น
http://www.youtube.com/watch?v=eRiGuso1GUw

ส่วน ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)
เป็นห่วงว่าไม่ใช่การทะเลาะวิวาททั่วไป ที่เกิดแล้วก็หายไป
แต่เป็นทำกันเป็นระบบ ที่มีการจัดการไว้ก่อนเป็นอย่างดี
แล้วเกรงว่าอาจจะไปกระทำกับเด็กคนอื่นอีก


หากสะท้อนภาพที่เห็นตามเกณฑ์ในคู่มือ... ที่ออกเมื่อปี 2553
ซึ่งสถาบันการศึกษา .. ต้องถือปฏิบัติ
เห็นได้ชัดว่าจะกลุ่มนี้ต้องมีระบบและกลไก และมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ชัดเจน
แล้วมีขั้นตอนตาม PDCA ที่ต้องวางแผน ดำเนินการ ทดสอบ และใช้ต่อ
มีการแบ่งหน้าที่เป็นกลไกชัดเจนว่าใครทำหน้าที่อะไร
ต้องทำงานกันเป็นทีม ถึงได้เห็นการแบ่งหน้าที่ออกมาได้
คงต้องวิเคราะห์ความเสี่ยงถึงได้ไปในวัด เพราะเป็นที่สงบ
เห็นวัดเป็นที่พึ่ง และมีวัฒนธรรมเป็นของกลุ่ม
มีการทดสอบว่าจะผ่านเข้ากลุ่มได้หรือไม่ แสดงว่าคัดเลือกผู้ที่เหมาะสม
ซึ่งล้วนไม่ดี และทางผู้ใหญ่ก็ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้

น่าจะสรุปได้ว่า ระบบและกลไก พบเห็นได้ทั่วไปในทุกกลุ่มคน
แต่หากถามถึง แล้วไม่มีก็อาจเป็นเพราะจงใจละเลยซะมากกว่า
เด็ก ๆ กลุ่มนี้ก็มีระบบ และกลไก เป็นที่ประจักษ์

Saturday, May 03, 2014

สอบ U-Net ถูกต่อต้าน (itinlife448)


3 พ.ค.57 ปัจจุบันในประเทศไทยมีระบบเศรษฐกิจแบบระบบทุนนิยมที่ให้ความสำคัญกับการสอบอย่างมาก เพราะการสอบถูกใช้เพื่อชี้เฉพาะให้เห็นคุณลักษณะเฉพาะบุคคล เมื่อเข้าสอบแล้วทำให้ทราบผลว่าตนเองอยู่ระดับใด บกพร่องในประเด็นใดก็จะพัฒนาในส่วนนั้น การสอบ O-Net แบ่งวิชาที่สอบตามกลุ่มสาระ ทำให้บอกได้ว่าเด็กภาคเหนือ กับภาคใต้มีสาระใดต่างกันอย่างไร แล้ววางแผนเรื่องทรัพยากรที่จะเติมเต็มในพื้นที่ที่ขาด หรือจัดสรรทรัพยากรเพิ่มเพื่อพัฒนาต่อยอด ในการสอบ O-Net ทำให้นักเรียนได้ตัวตน ผู้ปกครองรู้ถึงศักยภาพของบุตรหลาน และโรงเรียนทราบถึงจุดอ่อนจุดแข็งของโรงเรียน ส่วนการสอบท้องถิ่น สอบก.พ. สอบเข้าบริษัทเอกชน การสอบก็เพื่อสรรหาคนที่มีความสามารถแยกออกจากคนที่ไม่มีความสามารถตามตำแหน่ง ในระบบทุนนิยมเชื่อว่าคนที่สอบข้อสอบเฉพาะทางได้คะแนนสูงย่อมทำงานได้ดีกว่า
    คนไทยกลุ่มหนึ่งให้ความสำคัญกับการวัดผลตนเอง และการหางานทำ จึงสมัครเข้าสอบแข่งขัน และพยายามทุกวิถีทางที่จะผ่านการสอบให้ได้ ในการสอบรับราชการหรือเข้าทำงานกับองค์กรท้องถิ่นมีการแข่งขันที่สูงมาก เช่น สมัคร 700 คน แต่รับ 4 คน หรือคิดเป็นไม่ถึง 1 ใน 100 ทีเดียว เนื่องจากเห็นว่าการสอบเป็นเรื่องสำคัญที่ใช้วัดคุณภาพของคน ใช้เป็นเกณฑ์แยกคนออกจากคน ดังนั้นคณะกรรมการบริหารสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เสนอให้ปีการศึกษา 2557 มีการจัดสอบ U-Net สำหรับระดับอุดมศึกษาขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้สทศ.ได้เคยจัดสอบสอบ O-Net ทั้งระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษามาแล้ว
    เหตุผลที่มีการต่อต้าน เพราะเชื่อว่า U-Net ไม่ได้ช่วยวัดความรู้และมาตรฐานของบัณฑิตระดับปริญญาได้จริง เพราะแต่ละสถาบันก็มีหลักสูตรในการสอนที่ต่างกัน การสอบมากมายจะเป็นการบั่นทอนเวลาในการคิดสร้างสรรค์ และการทำประโยชน์ให้กับตนเองและผู้อื่น แล้วสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.) ได้ประกาศว่าจะไม่ใช้คะแนน U-Net มาเป็นเกณฑ์ในการประเมินรอบ 4 (พ.ศ.2559-2563) ซึ่งกระแสการต่อต้านก็คาดว่าจะทำให้การสอบ U-Net ต้องถูกนำกลับไปทบทวนใหม่ว่าจะนำมาใช้หรือไม่
http://rightofwei.wordpress.com/2012/10/25/the-doe-encourages-cheating/
http://www.manager.co.th/Qol/ViewNews.aspx?NewsID=9570000048691
http://www.dlaapplicant.com/
http://www.kruwandee.com/news-id8700.html
http://www3.dlaapplicant.com/file/notice/notice5.pdf

ต่อต้านกันคึกโครม
เห็นว่าสอบ u-net ไม่สะท้อนคุณภาพที่แท้จริง
จากการจัดสอบ 3 ด้าน
1. ทักษะพื้นฐาน 4 วิชา ได้แก่
การใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร
การใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร
การใช้สารสนเทศและเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิต คือ การรู้เท่าทันสื่อ (Media Literacy)
การคิดวิเคราะห์แก้ปัญหา อย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking)
2. คุณธรรม จริยธรรม (Moral Resoning)
3. ด้านทักษะวิชาชีพเฉพาะสาขาวิชา
ซึ่งในส่วนนี้ สทศ.จะร่วมมือกับสภาวิชาชีพ สมาคมวิชาชีพ
เพื่อนำผลทดสอบและผลประเมินที่มีมาตรฐานมาใช้เป็นส่วนหนึ่ง
แต่หากวิชาชีพนั้นไม่มีการทดสอบ สทศ.
ก็จะหารือเพื่อพัฒนาเครื่องมือวัดทักษะวิชาชีพนั้นแต่ละสาขาแทน
http://www.thairath.co.th/content/419425

Thursday, May 01, 2014

การทวนสอบมักทำโดยกัลยาณมิตร เพื่อการพัฒนา

การจัดการความรู้เป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นในปีการศึกษา 2556
ที่คณะวิชามีความสนใจเรื่อง เทคนิคการทวนสอบตามกรอบมาตรฐาน TQF
แล้วนำมาเป็นประเด็นในการจัดการความรู้
ที่ถูกนำมาพูดคุยเกี่ยวกับเทคนิคการทวนสอบในหลายครั้ง

โดยวัตถุประสงค์ของประเด็นนี้ มี 2 ข้อ
1. เพื่อหาแนวปฏิบัติที่ดีของการทวนสอบ
2. เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้อาจารย์ผู้สอน
และสามารถนำแนวปฏิบัติเรื่องการทวนสอบ ไปปฏิบัติจริงได้

ซึ่งการทวนสอบในระดับวิชา สามารถทำได้ 3 แบบ
1. ทวนสอบข้อสอบกับแผนการสอน กับหลักสูตร
2. ทวนสอบข้อสอบกับผลการเรียน กับนักศึกษา
3. ทวนสอบข้อสอบทั้งแผนการสอน และผลการเรียน
ถ้าจะทวนสอบที่ขยายออกไปก็ต้องเกี่ยวข้องกับหลักสูตร
และกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ ซึ่งกระบวนการมีหลายวิธี

อาทิ การสังเกต การตรวจสอบ การประเมิน การสัมภาษณ์ เป็นต้น
โดยอาจารย์ในคณะวิชาพิจารณาร่วมกัน โดย อ.ศศิวิมล แรงสิงห์
ได้สรุปว่าคณะวิชาของเราสนใจประเด็นการทวนสอบวิชากับแผนการสอนเป็นหลัก
จึงให้ความสำคัญกับการ defend ข้อสอบตามกรอบมาตรฐานการเรียนรู้
แต่ก็ยังไม่ทิ้งการ defend grade ที่เป็นปลายทางของการจัดการเรียนการสอน
ทำให้เราให้ความสำคัญ กับกิจกรรมการประชุมพิจารณา มคอ.3 และ มคอ.5
ประชุมพิจารณาข้อสอบกลางภาค ข้อสอบปลายภาค และผลการสอบ
อย่างระมัดระวัง ก่อนนำไปใช้สอบ และก่อนประกาศผลการสอบ
หรือที่มักเรียกกันว่า defend เกรด
โดยพิจารณาว่าผลการเรียน กับการจัดการเรียนการสอนมีความสอดคล้องกันหรือไม่
เพื่อน ๆ กัลยณมิตรที่พร้อมช่วยกันทวนสอบ

---
เพิ่มเติม 1 .. ความหมายของ การตรวจสอบ และการทวนสอบ (itinlife401)
พบคำว่า การทวนสอบในแบบฟอร์ม มคอ.3 หมวดที่ 7 การประเมินและปรับปรุงการดำเนินการของรายวิชา หัวข้อที่ 4 ใน กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ ที่ทุกวิชาต้องจัดทำก่อนดำเนินการสอน และหัวข้อนี้เป็นแผนที่ต้องดำเนินการในการจัดการเรียนการสอนตามมาตรฐาน เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จก็จะต้องจัดทำ มคอ.5 ที่เป็นรายงานผลการดำเนินการของรายวิชา เรื่องนี้สอดรับกับการตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของระบบงาน ซึ่งจำแนกได้ 2 ส่วนคือ การตรวจสอบ (Verification) และการยืนยันความถูกต้อง (Validation)
การพิจารณางาน (Work) สามารถวิเคราะห์ได้หลายรูปแบบ และมีทฤษฎีให้เลือกใช้มากมาย การทำงานให้สำเร็จมักประกอบด้วยระบบและกลไก เมื่องานเสร็จแล้วก็สามารถดำเนินการตรวจสอบ และยืนยันความถูกต้องได้ หากจะแยกความต่างของ verification และ validation ก็อาจแยกที่ประเด็นการตรวจสอบว่า การพบผลการดำเนินการตามที่เขียนไว้ในแผน ทั้งแผนกลยุทธ์ แผนปฏิบัติการและตัวบ่งชี้ของแผน เป็นไปตามกิจกรรม/โครงการ ระยะเวลา กลุ่มเป้าหมาย งบประมาณ หากดำเนินการครบทุกรายการที่ตรวจสอบก็เรียกว่าผ่านการ verification โดยกิจกรรมนี้มักเป็นงานที่ดำเนินการโดยพนักงานเป็นประจำ เพื่อให้มั่นใจว่างานมีคุณภาพตามที่กำหนด
ส่วน Validation คือ การตรวจสอบว่ามีการสร้างระบบที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้อง ตั้งแต่ก่อนสร้างระบบ ระหว่างสร้าง การใช้ระบบ การเลือกวิธีตรวจสอบ การนำผลการตรวจสอบไปใช้ และการเชื่อมโยงผลของงานเข้ากับผลการตรวจสอบว่ามีความสมเหตุสมผล ก็จะเป็นผลว่าระบบงานนั้นมีความถูกต้องเพียงใด การทวนสอบก็จะรวมความหมายทั้งการตรวจสอบ และการตรวจความถูกต้องว่าข้อสอบ กิจกรรมการเรียนการสอน หลักสูตร มาตรฐานการเรียนรู้ เอกลักษณ์ อัตลักษณ์ มีที่มาจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งผู้ประกอบการ ชุมชน ผู้ปกครอง นักศึกษา อาจารย์ และสถาบัน ว่ามีความครบถ้วน และเชื่อมโยงกันอย่างถูกต้อง ซึ่งผลการตรวจสอบก็จะนำไปใช้ปรับปรุงนโยบาย แผนกิจกรรม/โครงการ ทั้งในชั้นและนอกชั้น และแนวทางจัดการเรียนทั้งระดับสูงสุดไปถึงแต่ละวิชากันต่อไป
+ http://www.npc-se.co.th/pdf/%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%8C%20Rev%200.pdf
+ http://www.thaiall.com/tqf/
---
เพิ่มเติม 2 .. สุขวิทย์ โสภาพล ได้แบ่งปันผ่าน blog ของ ubu.ac.th
+ http://km.bus.ubu.ac.th/?p=831
ว่า การทวนสอบ หมายถึง ดำเนินการหาหลักฐานด้วยวิธีการใด ๆ
เช่น การสังเกต การตรวจสอบ การประเมิน การสัมภาษณ์ เป็นต้น
เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่กำหนดขึ้นนั้น ได้มีการดำเนินการ และบรรลุตามวัตถุประสงค์หรือไม่
โดยทั่วไปการทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษาในรายวิชา
มีกลยุทธ์ดังต่อไปนี้
1. การตรวจสอบการให้คะแนนจากกระดาษคำตอบข้อสอบและงานที่ได้รับมอบหมาย
2. การตรวจสอบการประเมินหลักสูตรโดยนักศึกษาและผู้สำเร็จการศึกษา
3. การตรวจสอบภาควิชาหรือสาขาวิชาและหลักสูตรโดยบุคคลภายนอก
4. การรายงานเกี่ยวกับทักษะของบัณฑิตโดยผู้ใช้บัณฑิต
---
เพิ่มเติม 3 .. เรื่องการทวนสอบ ได้พบเอกสารในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
http://www.eduservice.psu.ac.th/Laksood/template_form/sob(5april56).doc
ได้ให้แนวทางไว้อย่างชัดเจน และเป็นตัวอย่างหนึ่งได้
โดยให้ตัวอย่างแบบฟอร์ม และแนวทางในการดำเนินงานไว้ 6 ข้อ ดังนี้
1. คณะแต่งตั้งคณะกรรมการทวนสอบผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษา
2. หลักสูตรที่ดำเนินการตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิฯ แจ้งรายวิชาที่เปิดสอนทั้งหมดในปีการศึกษาไปยังคณะกรรมการ
3. คณะกรรมการสุ่มรายวิชาอย่างน้อยร้อยละ 25 ของรายวิชาที่เปิดสอนในแต่ละปีการศึกษาของแต่ละหลักสูตร เพื่อดำเนินการทวนสอบ โดยมีหลักการในการทวนสอบว่า ดำเนินการเฉพาะรายวิชาที่เปิดสอน และไม่ทวนสอบรายวิชาเดิมหรือซ้ำซ้อน สำหรับการดำเนินการทวนสอบรายวิชาในรายวิชาศึกษาทั่วไป และรายวิชาพื้นฐาน มหาวิทยาลัยจะแจ้งให้ทราบต่อไป
4. กระบวนการทวนสอบมีหลายวิธี เช่น การสังเกต การตรวจสอบ การประเมิน การสัมภาษณ์ ฯลฯ เพื่อยืนยันพิสูจณ์ว่าสิ่งที่กำหนดขึ้นนั้นได้มีการดำเนินการและบรรลุเป้า หมายตามวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความมั่นใจว่ามาตรฐานผลการเรียนรู้ที่คาดหวังเป็นที่เข้าใจตรงกัน และมีการจัดการเรียนการสอนจนบรรลุผลสำเร็จ
5. คณะกรรมการทวนสอบแจ้งผลการทวนสอบให้หลักสูตรทราบเพื่อพัฒนาปรับปรุงและแจ้ง คณะกรรมการ ตามข้อ 2 ของวิธีการประเมินทราบและดำเนินการกำกับดูแลให้มีการพัฒนาตามผลการประเมิน
6. คณะรายงานผลในภาพรวมของการทวนสอบไปยังมหาวิทยาลัย

Think different