Showing posts with label nation university. Show all posts
Showing posts with label nation university. Show all posts

Thursday, April 17, 2014

sketchup อาคาร ม.เนชั่น โดยน้องหญิง



17 เม.ย.57 น้องหญิง ศัลณ์ษิกา ไชยกุล มาฝึกงานที่ ม.เนชั่น
ทั้ง hardware และ software
มีงานชิ้นหนึ่งคือ ออกแบบอาคาร 3D
ให้วาด เพราะมีคำถามเข้ามาเสมอว่า
ห้องนั้น ห้องนี้อยู่ตรงไหนของอาคาร หรือมหาวิทยาลัย
หลังเขียนแบบเสร็จไป 2 ชั้นในแบบ 3D จะตรวจดู
พบว่าโปรแกรมที่ผมใช้เก่ากว่าของน้องหญิง
แม้จะใช้ sketchup ได้ฟรี แต่ก็จำกัดเรื่องเวลา และรุ่น
ของผมเป็นรุ่น 13 ใช้เปิดงานที่สร้างด้วยรุ่น 14 ไม่ได้
http://www.thaiall.com/sketchup/

สรุปว่าต้องลง sketchup 14 แล้ว
ไม่งั้นก็คงมองไม่เห็นแบบอาคารที่เขียนในแบบ 3D ไว้
ตัวโปรแกรม SketchUpWEN.exe ใหญ่ถึง 70 MB
http://www.thaiall.com/sketchup/ying_busi_floor2_570410_v14.skp
---
Fay D Flourite
https://www.facebook.com/fay.d.flourite.3


Thursday, April 10, 2014

เป็นการหาข้อสรุปว่า บุคลากรลักษณะใดต้องการพัฒนาตนเองแบบใด


เป็นการหาข้อสรุปว่า บุคลากรลักษณะใดต้องการพัฒนาตนเองแบบใด
http://it.nation.ac.th/studentresearch/search.php?id=56


ตามที่ได้อ่านงานของ กาญจนา ศรีชัยตัน
ทำวิจัยเรื่อง ความต้องการพัฒนาตนเองของบุคลากร มหาวิทยาลัยเนชั่น

วัตถุประสงค์ 2 ข้อ
1. เพื่อศึกษาความต้องการพัฒนาตนเองของบุคลากรมหาวิทยาลัยเนชั่น
2. เพื่อเปรียบเทียบความต้องการพัฒนาตนเองของบุคลากรมหาวิทยาลัยเนชั่น
จําแนกตาม เพศ อายุ ระดับการศึกษา ประสบการณ์ในการทํางาน และตําแหน่งงาน

สมมติฐานของการวิจัย 5 ข้อ
1. บุคลากรที่มีเพศแตกต่างกันมีความต้องการพัฒนาตนเองแตกต่างกัน
2. บุคลากรที่มีอายุแตกต่างกันมีความต้องการพัฒนาตนเองแตกต่างกัน
3. บุคลากรที่มีระดับการศึกษาแตกต่างกันมีความต้องการพัฒนาตนเองแตกต่างกัน
4. บุคลากรที่มีประสบการณ์ในการทํางานในมหาวิทยาลัยเนชั่นแตกต่างกันมีความต้องการพัฒนาตนเองแตกต่างกัน
5. บุคลากรที่มีตําแหน่งงานแตกต่างกันมีความต้องการพัฒนาตนเองแตกต่างกัน

ตัวแปรอิสระ
ปัจจัยส่วนบุคคลของบุคลากร
- เพศ
- อายุ
- ระดับการศึกษา
- ประสบการณ์ในการทํางาน
- ตําแหน่งงาน

ตัวแปรตาม
ความต้องการพัฒนาตนเอง
- การศึกษาต่อ
- การฝึกอบรม/สัมมนา
- การศึกษาดูงาน
- การวิจัย
- การเข้าสู่ตําแหน่งทางวิชาการ

การวิเคราะห์ข้อมูล
 1. ข้อมูลปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม
ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา ประสบการณ์ในการทํางาน และตําแหน่งงาน
วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าความถี่ ร้อยละ
2. ข้อมูลความต้องการพัฒนาตนเองของบุคลากร มหาวิทยาลัยเนชั่น
วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้สถิติ คือ ค่าความถี (Frequency)
ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี ย (Mean)
ค่าส่วนเบี ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
3. ทดสอบการเปรียบเทียบความต้องการพัฒนาตนเองของบุคลากรมหาวิทยาลัยเนชั่น
วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ t-test สําหรับกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม
และ One-way ANOVA สําหรับกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่มขึ้นไป
ถ้าพบค่าความแตกต่าง วิเคราะห์ค่าความแตกต่างรายคู่โดยวิธี LSD

บทที่ 4 ผลการวิจัย
- มีผลการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับผู้ตอบแบบสอบถาม
นำเสนอด้วย จำนวน และร้อยละ
- สรุปผลตามระดับความคิดเห็นต่อความต้องการพัฒนาตนเองของ
บุคลากรมหาวิทยาลัยเนชั่นต่อการศึกษาต่อ
นำเสนอด้วย จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน แปลความ และอันดับ
-  การเปรียบเทียบเพศกับความต้องการพัฒนาตนเองของบุคลากรมหาวิทยาลัยเนชั่น
ใช้ T-Test
-  ผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนเพื่อเปรียบเทียบความแตกต่าง
ของความต้องการพัฒนาตนเองของบุคลากรมหาวิทยาลัยเนชั่นกับอายุ
ใช้ F-Test ให้ได้ค่า sig ว่าแต่ละกลุ่มต่างกันหรือไม่
ก่อนนำเสนอค่า sig เทียบระหว่างกลุ่ม กับภายในกลุ่ม
จะนำเสนอตารางข้อมูลแต่ละกลุ่มที่มีค่าเฉลี่ย กับ S.D. ก่อน
- กรณีในงานชิ้นนี้ F-Test และ T-Test
ได้ sig ต่ำกว่า 0.05 อย่างละ 1 จาก 5 การทดสอบ แสดงว่าแตกต่าง
จึงต้องทดสอบรายคู่ ด้วย One-way Anova
- ก่อนจบบทที่ 4 จะสรุปว่า มีสมมติฐานใดยอมรับ หรือปฏิเสธบ้าง
http://www.thaiall.com/spss

ถามนักเรียน เรื่องปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดมีผลต่อการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อที่นั่นอย่างไร





มีโอกาส
ได้อ่านงานของคุณณัฐธยาน์ น้อยเปียง
ทำวิจัยเรื่อง ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด
ในการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อของนักเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ
วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการ กฟผ.แม่เมาะ
พบว่า มีวัตถุประสงค์ 2 ข้อ
1. เพื่ อศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดในการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อ
ของนักเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพของวิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการ กฟผ.แม่เมาะ
2. เพื่ อเปรียบเทียบปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดในการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อ
ของนักเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพของวิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการ กฟผ.แม่เมาะ

การวิเคราะห์ข้อมูล
ใช้สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics)
ประกอบด้วย ความถี่ (Frequency) ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ ย (Mean)
ส่วนเบี ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ที-เทส (t-test) และ One-way ANOVA

บทที่ 4 ผลการวิจัย
- มีผลการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับผู้ตอบแบบสอบถาม
นำเสนอด้วย จำนวน และร้อยละ
- สรุปผลตามระดับความคิดเห็นต่อปัจจัยส่วนประสทางการตลาด
นำเสนอด้วย จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน แปลความ และอันดับ
ซึ่งส่วนประสบทางการตลาดมี 7 ด้าน
-  การเปรียบเทียบเพศกับปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อ
ใช้ T-Test
-  ผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนเพื่อเปรียบเทียบความแตกต่าง
ของปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อกับสาขาวิชา
ใช้ F-Test ให้ได้ค่า sig ว่าแต่ละกลุ่มต่างกันหรือไม่
ก่อนนำเสนอค่า sig เทียบระหว่างกลุ่ม กับภายในกลุ่ม
จะนำเสนอตารางข้อมูลแต่ละกลุ่มที่มีค่าเฉลี่ย กับ S.D. ก่อน
- กรณีในงานชิ้นนี้ F-Test ไม่มีต่ำกว่า 0.05 คือไม่ต่างกลุ่ม
จึงไม่ต้องทดสอบรายคู่ ด้วย One-way Anova
- ก่อนจบบทที่ 4 จะสรุปว่า มีสมมติฐานใดยอมรับ หรือปฏิเสธบ้าง

บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย
- นำปัจจัยส่วนบุคคลที่น่าสนใจมาสรุป
- นำ ส่วนประสมทางการตลาดมาสรุปแยกว่า ส่วนประสมใดมีข้อใดเป็นอันดับแรก อันดับสอง
- นำ ผลการทดสอบสมมติฐานมาเขียนสรุปผลการเปรียบเทียบเป็นรายข้ออีกครั้ง
- ในส่วนของการอภิปรายผล
เชื่อมโยงและอ้างอิงกับทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
แยกตามส่วนประสมทางการตลาดอีกครั้ง เช่นคนนั้นศึกษาอย่างนั้น
และเราได้ผลสอดรับหรือต่างกันอย่างไร
http://www.thaiall.com/spss


Think different