Showing posts with label malware. Show all posts
Showing posts with label malware. Show all posts

Monday, April 21, 2014

การป้องกันตนเองจากมัลแวร์ (โปรแกรมไม่พึงประสงค์)


การป้องกันตนเองจากมัลแวร์
ด้วย 5 ไม่ 5 ให้

1. ไม่ดาวน์โหลดแฟ้มจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
2. ไม่ใช้ซีดี แผ่นดิสก์ แฟรชไดร์ฟ จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
3. ไม่กดลิงค์ในอีเมล หรือ social media ที่ไม่น่าเชื่อถือ
4. ไม่ Login ผ่านเครื่องที่ไม่น่าเชื่อถือ
5. ไม่กำหนดรหัสผ่านที่ง่าย ต่อการคาดเดา
6. ให้สำเนาข้อมูลตามรอบเวลาอยู่เสมอ
7. ให้เปิดการตรวจสอบสิทธิ์การเข้าใช้ เมื่อออกห่างเครื่องทุกครั้ง
8. ให้หมั่นสังเกตว่ามีโปรแกรมไม่พึงประสงค์เข้าในเครื่องหรือไม่
9. ให้แยกส่วนของโปรแกรม และข้อมูลออกจากกัน
10. ให้ติดตั้งโปรแกรมต่อต้านไวรัส และไฟร์วอลล์



โปรแกรมไม่พึงสงค์ (Malware = Malicious Software)
คือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีจุดประสงค์มุ่งร้ายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเครือข่าย
มีความสามารถในการแพร่ระบาด และหลบหลีกการตรวจสอบจากผู้ใช้

ตัวอย่างยอดฮิต
- Virus : แพร่ตัวเอง แอบแฝงมิให้ผู้ใช้รู้ตัว และสร้างความเสียหาย
- Spyware : ผู้ใช้ติดตั้งโดยไม่ทราบผลมักไม่แพร่ตัวเอง ละเมิดข้อมูลส่วนตัว
- Phishing : หลอกให้ผู้ใช้เข้าใจผิด เช่น เปิดเผยรหัสผ่าน หรือโอนเงิน
- Keylogger : แฝงตัวเก็บข้อมูลการกดแป้นพิมพ์แล้วส่งให้ผู้ไม่ประสงค์ดี

Saturday, April 19, 2014

ไวรัสติดคนหรือติดคอม (itinlife 446)




            ไวรัสคอมพิวเตอร์ (Computer Virus) ในบทความนี้ไม่ได้หมายถึงจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดการติดเชื่อในตัวคน เช่น ไวรัสไข้หวัดใหญ่ หรือไวรัสฝีดาษ แต่เป็นไวรัสที่พบเห็นได้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งไวรัสคอมพิวเตอร์ หมายถึง โปรแกรมชนิดหนึ่งที่สามารถทำสำเนาตัวเองไปติดในเครื่องคอมพิวเตอร์ และสามารถแพร่ระบาดไปยังเครื่องอื่นโดยเจ้าของเครื่องไม่ใช่ผู้ดำเนินการโดยตรง แต่ยังมีสิ่งที่เทียบเคียงได้กับไวรัส คือ ไวรัสจอมปลอม หรือไวรัสหลอกลวง (Hoax) หมายถึงไวรัสรูปแบบหนึ่งมีพฤติกรรมก่อกวนการใช้งานคอมพิวเตอร์ และผู้ใช้ทั่วไป มักมาในรูปจดหมาย ข้อความ ภาพในเว็บบอร์ด อีเมล หรือเครือข่ายสังคม ที่มีเนื้อหาบิดเบือนความเป็นจริง และอาศัยความหวังดีของมนุษย์ในการเป็นผู้ทำให้การระบาดเกิดขึ้น ถ้ามนุษย์ไม่หวังดีก็จะส่งผลให้ไวรัสหลอกลวงไม่สามารถระบาดได้ หากมีผู้หวังดีจำนวนมาก ก็จะส่งผลให้เกิดการแพร่กระจายของไวรัสหลอกลวงมากเช่นกัน

            ตัวอย่างของไวรัสหลอกลวง คือ มีผู้ออกแบบข้อความที่ต้องใช้หลักจิตวิทยา ทำให้ข่าวสารนั้นน่าเชื่อถือเป็นไวรัสหลอกลวง แล้วส่งต่อให้เพื่อนโดยมีข้อความให้เพื่อนที่หวังดีช่วยกันส่งต่อ เช่น ขณะนี้ฮอตเมล์จะเรียกเก็บค่าใช้บริการ ถ้าไม่อยากเสียค่าบริการ ให้ส่งข้อความนี้ไปให้บุคคลอื่นจำนวน 50 คน หรือ ถ้านำขวดน้ำ PET ที่ใช้แล้วมาใส่น้ำอีกหลายครั้งจะทำให้สารพิษหลุดลอกจากขวด หรือ มีสารอันตราย SLS ในแชมพู เครื่องสำอาง และสบู่เหลวเป็นสารก่อมะเร็ง ต่างประเทศเลิกใช้แล้ว หรือ โปรดระหว่างแฟ้ม jdbgmgr.exe ให้ลบซะ ซึ่งโปรแกรมต่อต้านไวรัสยังไม่รู้ว่านี่คือไวรัส ซึ่งทั้งหมดไม่เป็นความจริง แต่เป็นไวรัสหลอกลวง ที่ต้องการให้มีการเผยแพร่ต่อ ที่อาจก่อความเสียหายแก่ระบบคอมพิวเตอร์ หรือทำลายความน่าเชื่อถือต่อผลิตภัณฑ์
            ไวรัสหลอกลวงไม่ได้ติดต่อกันผ่านระบบคอมพิวเตอร์ การติดไวรัสเหล่านี้อาศัยความหวังดีของคน และความไม่เข้าใจ ถ้ามี 2 อย่างนี้ก็เป็นการง่ายที่จะติดคน แล้วถูกแพร่กระจายทั้งผ่านเครือข่ายสังคม หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ได้ ปัจจุบันมนุษย์เราสนใจความเชื่อมากกว่าความจริง เมื่อได้รับข้อมูลข่าวสารเชิงลบก็มักจะเชื่อโดยไม่กลั่นกรอง แล้วพร้อมจะส่งต่อ เหมือนข่าวการเมืองที่เป็นข่าวเชิงลบของฝ่ายที่เราไม่ชอบก็จะส่งต่อหรือแบ่งปันโดยไม่ให้ความสำคัญกับความจริง แต่อาศัยความพึงพอใจเป็นสำคัญ

แนะนำเว็บไซต์




http://www.varietypc.net/web/hoax-virus/ เตือนฮอทเมล์เก็บตัว

http://www.rta.mi.th/53220u/html/danger.html ประเภทไวรัส




Think different