ไอทีในชีวิตประจำวัน

วันเสาร์, มกราคม 23, 2010

การเชื่อมโยงระหว่างชุมชน อาจารย์ และนักศึกษา

23 ม.ค.53 องค์ความรู้ในชุมชนมีซ่อนบ่มอยู่มากมาย และหลากหลายสาขาวิชา สิ่งเหล่านั้นเริ่มถูกยกระดับคุณค่าหลังจากมีการพัฒนาชุมชนเมืองเพียงด้านเดียวมาระยะหนึ่ง โดยปล่อยปะละเลยคุณค่าของชุมชนชนบท ทิ้งไว้แต่คำร่ำลือถึงความศิวิไลที่ทุกคนต่างโหยหา แต่ขาดการดำเนินการเพื่อรักษาสิ่งเหล่านั้นอย่างเป็นรูปธรรม จึงมีคำถามว่าใครจะเข้าไปเป็นกลไกในการพัฒนา รักษา และมีกระบวนการอย่างไร ให้เกิดการทำนุบำรุงรักษาศิลปวัฒนธรรม และองค์ความรู้ของชุมชนให้ดำรงอยู่ต่อไป เพื่อให้เยาวชนและชุมชนเองได้ชื่นชมตราบนานเท่านาน
การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และองค์ความรู้ของชุมชนต้องเริ่มต้นจากการเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่โดยชุมชน ดังคำว่ามีหนึ่งสมอง สองมือกับหนึ่งใจย่อมทำกิจการงานทุกอย่างได้สำเร็จ ดังนั้นชุมชนต้องมีใจรักที่จะรักษาและชื่นชมสิ่งที่มีอยู่เป็นทุนเดิม องค์ความรู้ที่เปรียบได้กับสมองของชุมชน ซึ่งปัจจุบันมักรู้จักกันในนามของปราชญ์ชาวบ้านที่จำเป็นต้องอนุรักษ์ให้เกิดการสืบทอดเป็นภารกิจเร่งด่วน เนื่องจากจำนวนปราชญ์ชาวบ้านเริ่มลดลงตามข้อจำกัดเรื่องอายุ แล้วกระบวนการหรือกลไกหรือมือที่จะเข้ามาทำให้ใจและสมองเชื่อมโยงด้วยความเข้มแข็งและขยายผลให้เกิดการยอมรับสืบทอด บอกต่อ แล้วเพิ่มมูลค่าอย่างยั่งยืนเป็นประเด็นของการพัฒนาชุมชนในปัจจุบัน ซึ่งทุกภาคส่วนทั้งรัฐบาล เอกชน ชุมชนข้างเคียง และสถาบันการศึกษาให้ความตระหนักและขยายการมีส่วนร่วมทั้งด้านนโยบาย งบประมาณ และกระบวนการเข้าสู่ชุมชนอย่างชัดเจน เพราะเป็นทางออกของการอยู่รอดในสังคมโลกร่วมกันอย่างมีความสุข
นโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy Policy) ให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจจากความคิดสร้างสรรค์หรือความคิดใหม่ ก็คือการส่งเสริมให้คนไทยคิดใหม่ทำใหม่อย่างสร้างสรรค์ การทำให้สังคมชุมชนฐานรากของมนุษย์มีความเข้มแข็งย่อมส่งผลต่อความเข้มแข็งของสังคมเมืองและสังคมโลกเป็นลูกโซ่ มีความคิดใหม่มากมายที่มีต้นกำเนิดจากในชุมชน แล้วต่อยอดเป็นนวัตกรรมที่ยั่งยืนโดยเกิดจากการมุ่งมั่นของคนในชุมชนร่วมกับการหนุนเสริมจากภายนอกให้เกิดการคิดต่อจนประสบความสำเร็จทางเศรษฐกิจจนหลายชุมชนสามารถดำรงชีวิตอย่างมีความสุขบนความพอเพียง ดังนั้นคำว่าความพอเพียงจึงเป็นหนึ่งในคำสำคัญที่ชุมชนต้องเข้าใจและสอดรับกับหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy) ที่จะใช้เป็นฐานคิดในการดำรงชีวิต การบริหารจัดการ และการทำธุรกิจ ซึ่งเป็นทางสายกลางที่สอดรับกับ 3 เรื่องคือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว
ปัจจุบันสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ให้การสนับสนุนบุคลากรในสถาบันการศึกษาได้เข้าไปบูรณาการองค์ความรู้ที่มีอยู่ระหว่างสถาบันการศึกษากับชุมชน ทำให้ชุมชนและสถาบันการศึกษาเกิดการเชื่อมโยงองค์ความรู้ ทั้งชุมชนเกิดความเข้าใจในกระบวนการทำงานอย่างมีขั้นตอน ส่วนอาจารย์ในสถาบันการศึกษาก็จะได้เข้าใจองค์ความรู้และธรรมชาติของชุมชน ได้นำสิ่งที่ได้ไปปรับการเรียนการสอนแล้วเกิดการแลกเปลี่ยนในสถาบันการศึกษา ทำให้เกิดการพัฒนาการเรียนการสอนที่ตรงกับความต้องการของชุมชน เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Learning Exchange) อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นี่คือวัตถุประสงค์หนึ่งของการสนับสนุนงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น (Community-Based Research: CBR) ที่เปิดให้อาจารย์จากมหาวิทยาลัยได้ลงไปทำงานในชุมชนที่ตนเองรักและต้องการพัฒนาโดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมและองค์ความรู้ในสาขาวิชาของตน
เมื่ออาจารย์จากมหาวิทยาลัยเริ่มเข้าใจในชุมชนผ่านงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น แล้วนำประสบการณ์ไปแลกเปลี่ยนกับเพื่อนอาจารย์ และนักศึกษาในชั้นเรียน ประกอบกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยเปิดให้ทุนสนับสนุนนักศึกษา (Community-Based Projects for Undergraduate Student : CBPUS) ได้ทำวิจัยเพื่อท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับวิชาโครงงานที่เป็นเงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษา ทำให้มีนักศึกษากลุ่มหนึ่งเข้าไปเรียนรู้ชุมชนและมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนโดยใช้กระบวนการวิจัยเป็นเครื่องมือ ผ่านการหนุนเสริมอย่างจริงจังของอาจารย์ที่ปรึกษา เป็นนวัตกรรมในการเรียนการสอน การวิจัย และการพัฒนาชุมชนไปพร้อมกัน สิ่งที่นักศึกษาได้รับคือการเรียนรู้ชุมชนผ่านการเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการวิจัยร่วมกับชุมชนอย่างแท้จริงเป็นระยะเวลาหนึ่งร่วมกับอาจารย์ที่ปรึกษา และศูนย์ประสานงานของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผลของงานวิจัยเกิดผลในหลายมิติทั้งการเรียนรู้ชุมชนโดยนักศึกษา ประสบการณ์ในการพัฒนาการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษา มิติใหม่ของการวิจัยที่สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย และการพัฒนาชุมชนด้วยกระบวนการวิจัยผ่านบทบาทของสถาบันการศึกษา ทั้งหมดคือการเชื่อมโยงของการพัฒนาชุมชนที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของปราชญ์ชาวบ้าน การพัฒนานักศึกษาซึ่งเป็นเยาวชนได้เข้าเรียนรู้ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม การพัฒนาการเรียนการสอนมิติใหม่ในสถาบันการศึกษา และการพัฒนากระบวนการพัฒนาชุมชนฐานรากเชิงบูรณาการอย่างแท้จริงโดย อาจารย์ที่ชักชวนนักศึกษาเข้าทำงานวิจัยในบ้านไหล่หิน
+ บทความจาก http://www.thaiall.com/research

วันพุธ, พฤษภาคม 09, 2007

ไอซีที แจง บอร์ดราชดำเนิน ถูกปิด-เหตุ พันทิป แพ้ภัยตัวเอง


“สิทธิชัย” แจงเหตุปิดเว็บบอร์ด “ราชดำเนิน” จาบจ้วงเบื้องสูง เพราะพันทิปขอปิดตัวเองหลังตรวจเช็กไม่ไหว พร้อมตำหนิเว็บไซด์ยูทิวบ์-กูเกิล พวกมือถือสากปากถือศีล เห็นแก่ธุรกิจตัวเอง รังแกประเทศเล็ก

วันนี้ (9 เม.ย.) นายสิทธิชัย โภไคยอุดม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวถึงกรณีการสั่งปิดห้องสนทนา (เว็บบอร์ด) ราชดำเนิน ซึ่งเป็นห้องสนทนาเกี่ยวกับการเมืองในเว็บไซต์พันทิปว่า ไม่ใช่เป็นคนสั่งปิด แต่ทางผู้ดูแลเว็บไซต์ระบุว่าไม่สามารถคัดเลือกและตรวจสอบผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นได้จึงขอปิดตัวเองและอ้างคำสั่งของกระทรวงไอซีที ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ตนมีคำสั่งให้ตรวจสอบเว็บไซต์ต่างๆ ที่อาจหมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากกรณีการหมิ่นประมาทประธานองคมนตรี หรือมีการแสดงความคิดเห็นโดยไม่สุภาพต่อบุคคลที่ 3 ซึ่งมีแต่ความสะใจแต่ไม่มีประโยชน์ทางการเมือง เพราะไม่ได้เปลี่ยนความคิดของคนที่เข้ามาอ่าน ไม่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติเลย ยิ่งสถานการณ์แบบนี้จึงไม่เหมาะที่จะให้เว็บไซต์ลงข้อความเหล่านั้นต่อไป ซึ่งอาจสร้างความไม่สงบให้เกิดขึ้นในชาติ โดยเฉพาะสถานการณ์ปัจจุบันมีความวุ่นวายมาก จึงโทรศัพท์ไปขอความร่วมมือเว็บไซต์ต่างๆ ทั้งนี้ ต้องมีการปรับเทคโนโลยีโดยอาจให้มีการดีเลย์เวลาแสดงความเห็นลงบนห้องสนทนา

“เว็บไซต์อื่นก็สามารถแสดงความเห็นได้และไม่โดนปิด หากรัฐบาลทำอะไรไม่ถูกต้องก็ด่ารัฐบาล แต่ต้องมีเหตุผล ไม่ใช่ด่าส่วนตัว ซึ่งผู้ที่รู้สึกไม่เป็นธรรมก็ฟ้องร้องกันไป แต่เรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจะปล่อยให้เปิดได้อย่างไร ในฐานะคนไทยไม่มีทางยอม ผมเป็นนักวิชาการมาก่อน สิ่งสุดท้ายที่จะทำคือการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น ทั้งนี้ นอกจากจะปิดเว็บไซด์ยูทิวบ์แล้วยังมีเว็บไซต์อื่นที่จับตามองอยู่หลายแห่ง ซึ่งจริงๆ แล้วสามารถดำเนินการได้โดยอาศัยประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ฉบับที่ 5 ว่าด้วยการนำเสนอข่าวสารที่จะก่อให้เกิดความแตกแยก สิ่งที่น่าสังเกตเป็นเพราะในเว็บไซต์ตรวจจับยากหรือไม่ จึงกล้าเข้ามาแสดงความเห็นขณะที่สื่อวิทยุ และหนังสือพิมพ์ไม่มีใครกล้าพูด”

เมื่อถามว่า บทความวิชาการที่อาจศึกษาสถาบันองคมนตรีจะมีการพิจารณาอย่างไร นายสิทธิชัย กล่าวว่า ไม่มีประโยชน์ที่จะมาตอบคำถามแบบนี้ ทุกอย่างต้องมีข้อจำกัด ไม่ใช่ปล่อยให้แสดงความคิดเห็นโจมตีสังคมมั่วไปหมด เพราะไม่เกิดประโยชน์ การเป็นคนไทยต้องมีความรักชาติเป็นพื้นฐาน ตนไม่ได้ปิดกั้นข้อมูล แต่การโจมตีสิ่งที่อาจไปเกี่ยวเนื่องกับสถาบันสูงสุดที่เคารพเป็นเรื่องไม่เหมาะสม นอกจากนี้ พวกเว็บไซต์ยูทิวบ์-กูเกิล อย่าทำตัวเป็นมือถือสากปากถือศีล อะไรที่เป็นประโยชน์ทางธุรกิจของตนเองก็เอาหมด รังแกประเทศที่เล็กกว่า อย่างประเทศจีนขอให้ปิดก็รีบปิด ถ้าของไทยเป็นมหาอำนาจบ้าง เว็บไซต์พวกนี้ก็คงเกรงใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสิทธิชัยได้ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวรอยเตอร์ถึงเรื่องการปิดเว็บไซต์ยูทิวบ์ โดยอ้างว่าไม่มีทางเลือกเพราะมีการเสนอภาพซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับคนไทย ในเรื่องสถาบันที่คนไทยเคารพ ดังนั้น การดำเนินการดังกล่าวจำเป็นต้องทำและไม่สนใจว่าชาวต่างประเทศที่อยู่ในประเทศไทยจะได้รับข้อมูลข่าวสารหรือไม่

ฟ้อง youtube.com

http://www.blognone.com/node/4636
http://www.blognone.com/node/3697
นางแบบสาว Daniela Cicarelli ได้ยื่นฟ้อง YouTube ที่ทำการเผยแพร่คลิปวีดีโอฉาวระหว่างเธอและแฟนหนุ่มจนเมื่อวานนี้ศาลเมื่อ เซา เปาโลได้ประกาศคำตัดสินมีการบล็อก YouTube จากระบบ DNS ทั้งประเทศบราซิล โดยคำสั่งดังกล่าวมีขึ้นหลังทาง YouTube ได้พยายามลบคลิปดังกล่าวออกจากเว็บของตนแล้ว แต่ปรากฏว่ามีผู้ใช้จำนวนมากพยายามส่งคลิปดังกล่าวกลับเข้าไปในเว็บเรื่อยๆ จนสุดท้ายศาลต้องออกคำสั่งให้บล็อกเว็บดังกล่าวทั้งประเทศ

ทาง YouTube ระบุว่าบริษัทพยายามทำตามกฏหมายของแต่ละประเทศอย่างดีที่สุด โดยทุกวันนี้มีการอัพโหลดวีดีโอขึ้น YouTube กว่า 65,000 เรื่องต่อวันขณะเดียวกันก็มีระบบการตรวจสอบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมตลอดเวลา

กระบวนการทางกฏหมายของบราซิลกำลังดำเนินต่อไป โดยศาลบราซิลกำลังพิจารณาว่าจะให้คำสั่งบล็อกนี้เป็นคำสั่งถาวร หรือจะให้มีการปรับทาง YouTube วันละ 119,000 ดอลลาร์ (ประมาณสี่ล้านบาท) ในทุกๆ วันที่ผู้ชมสามารถเข้าถึงคลิปวีดีโอดังกล่าวได้

แม้ส่วนตัวผมจะคิดว่าการบล็อกครั้งนี้ไม่เข้าท่า แต่ที่น่าสนใจคือการบล็อกครั้งนี้ผ่านกระบวนการทางศาล...

รัฐมนตรีกระทรวงไอซีทีเปิดเผยว่าจะฟ้อง Google ที่ศาลอาญากรุงเทพในวันศุกร์นี้ ในแหล่งข่าวบอกว่าด้วยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ, หมิ่นประมาท หรือละเมิดกฎหมายอินเทอร์เน็ต (อันสุดท้ายผมไม่แน่ใจว่าหมายถึงอะไรกันแน่ เพราะว่า พรบ. ความผิดคอมพิวเตอร์ก็ยังไม่ออก)

รัฐมนตรีของเราบอกว่าการที่ Google/YouTube บอกให้ส่งคลิปที่มีปัญหาไปทางอีเมล แล้วจะจัดการลบให้นั้น เป็น "การเล่นเกม" ของ Google และยกกรณีของเมืองจีนที่ Google ยินดีเซ็นเซอร์เรื่องการเมืองให้มาเทียบ

ทางกระทรวงกำลังเตรียมตัวสำหรับการฟ้องผ่านศาลระหว่างประเทศด้วย

ผมเองก็ไม่ค่อยรู้ว่าถ้าฟ้องคดีอาญากับบริษัทต่างประเทศ (โดยผ่านศาลไทย) แบบนี้ รูปแบบจะเป็นอย่างไร ต้องรอผู้รู้อย่างคุณเชกูวารามาตอบละกันครับ

วันอาทิตย์, พฤษภาคม 06, 2007

มันคือภาพสะท้อนของ Flash ที่ไปกระทบกับฝุ่นกลางอากาศนั่นเอง


http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=over&group=9
http://www.shockfmonline.com/gal/pic41.html
http://www.rpst-digital.org/forum/showthread.php?t=14094&page=1&pp=15
http://www.pantip.com/cafe/camera/topic/O5333092/O5333092-1.jpg
ข่าวภาคดึกช่อง 3 มีข่าวนึงบอกว่ามีการแถลงจากตากล้องกลุ่มนึง
เกี่ยวกับภาพถ่ายต่างๆ หลายรูปที่มีดวงกลมๆ ที่เหมือนกับพระจตุคามรามเทพ
ทำให้เกิดความฮือฮากัน ชาวบ้านหลายคนได้อัดรูปเก็บไว้บูชา หรือบางคนก็อัดขายกันเยอะ
สิ่งที่พี่ๆ ตากล้องเหล่านี้ออกมาบอกก็คือ มันคือภาพสะท้อนของ Flash ที่ไปกระทบกับฝุ่นกลางอากาศนั่นเอง
เป็นปรากฎการณ์ธรรมดาๆ ที่เกิดกับตากล้องได้ง่ายๆ และสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา
ไม่จำเป็นต้องอยู่ในเหตุการณ์ศักดิ์สิทธิ์หรือเหตุการณ์พิเศษใดๆ เลย
แต่มีหนังสือพิมพ์ที่ไม่มีจรรยาบรรณหลายเล่ม เอาภาพมาลงเพื่อสร้างข่าวให้ตื่นเต้น ให้ขายได้
ซึ่ง บก. เองก็น่าจะรู้ ตากล้องเองก็น่าจะรู้เช่นกัน ว่าภาพมันเป็นอย่างไร เกิดขึ้นได้อย่างไร
แต่ก็เอามาลงหน้าหนึ่งเพื่อให้ตื่นเต้น ประโคมข่าวหลอกชาวบ้านที่ไม่รู้กันเรื่อยไป

พอได้ดูข่าวที่มีตากล้องมาแถลงถึงความเป็นจริงของการถ่ายภาพให้ได้ลักษณะแบบนี้
ผมก็รู้สึกดีใจมากครับ ที่มีคนมาพูดต่อสาธารณะชนเสียที ...

จริงๆ มีเยอะแยะกว่านี้มากครับที่พูดถึงเกี่ยวกับเรื่องของการถ่ายภาพให้ได้ภาพดวงไฟ
ลองถ่ายกันดูเล่นๆ ก็ได้นะครับ ไปอยู่กลางแจ้ง เปิด Flash แล้วถ่ายเลย
ถ้าบรรยากาศที่คุณอยู่ มีฝุ่นฟุ้งอยู่ในบรรยากาศ จะได้ภาพจตุคามมาไว้อัดใส่กรอบไว้บูชาเต็มเลยครับ

มีคนรู้จัก เป็นครูสอนถ่ายรูปใต้น้ำ เค้าบอกว่า ถ้าใช้ Flash ยิงตรงๆ ไปที่ปลาหรือปะการัง
มีโอกาสเยอะมากที่จะมีภาพฝุ่นเป็นดวงกลมสะท้อนมาเข้าภาพ (ที่หลายคนหลงคิดว่าจตุคามนั่นแหละ)
ดังนั้น ตากล้องถ่ายภาพใต้น้ำ จะมีก้านของ Flash ที่ต่อออกมาจาก Housing เป็นลักษณะของก้ามปู
เพื่อไม่ให้แสงยิงเข้าตรงๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการสะท้อนของฝุ่น

เห็นไหมครับ ภาพลักษณะนี้ มีมานานแล้ว รวมถึงมีการรับรู้และแก้ไขในวงการถ่ายภาพ
แต่หลังจากที่สังคมเกิดปรากฎการณ์ จตุคามรามเทพ Fever แล้ว อะไรที่กลมๆ ที่เกิดขึ้นในภาพถ่าย
ก็ถูกเหมาว่าเป็นภาพจตุคามกันหมดเลย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้มันก็มีมาตั้งนานแล้ว หลายครั้งบางคนจะบ่นว่าภาพเสียด้วยซ้ำไป

ในการแถลงข่าว จะมีการพูดรวมถึงภาพขุนพันธ์ที่อยู่ในภาพถ่ายด้วย
ซึ่งเป็นภาพที่เกิดจากการใช้ Night Mode ภาพเปิดหน้ากล้องช้า และนาน ทำให้มีการเคลื่อนไหวและวูบวาบ

ในข่าว ไม่ได้พูดถึงว่าแสงต่างๆ ที่ไหลเป็นแสงที่หนังสือพิมพ์ชอบเอามาบอกว่า ภาพศักดิ์สิทธิ์
ซึ่งอันนี้ใครๆ ที่พอจะถ่ายรูปกลางคืนบ้าง คงจะทราบดีว่าเกิดจากอะไร แต่อย่างที่บอกครับ ว่าหนังสือพิมพ์ก็ห่วงแต่จะขาย
อยากชื่นชมพี่ๆ ตากล้องเหล่านั้นที่มาพูดต่อที่สาธารณะอีกครั้งครับ ชื่นชมมากๆ ครับพี่ๆ

วันศุกร์, พฤษภาคม 04, 2007

สื่อลามก...แพร่ทางอื่นมากกว่าเน็ต


จาก ผู้จัดการออนไลน์ ๑๑ มีนาคม ๒๕๔๘

เวทีคณะกรรมาธิการสตรีเยาวชนฯ วุฒิสภา ชี้ไร้ประโยชน์ที่รัฐคอยตามปิดเว็บไซต์ลามก ระบุโลกไอทีไปไกลขนาดแชร์ไฟล์โป๊ระหว่างยูสเซอร์โดยไม่ต้องผ่านอินเทอร์เน็ ...
เวทีคณะกรรมาธิการสตรีเยาวชนฯ วุฒิสภา ชี้ไร้ประโยชน์ที่รัฐคอยตามปิดเว็บไซต์ลามก ระบุโลกไอทีไปไกลขนาดแชร์ไฟล์โป๊ระหว่างยูสเซอร์ โดยไม่ต้องผ่านอินเทอร์เน็ต ติงรัฐบาลมัวหนุนให้ทุกบ้านมีอินเทอร์เน็ต แต่ไม่หาทางป้องกันเปิดเว็บลามก อัดสื่อหนังสือพิมพ์ลงภาพดารา แต่งโป๊ รวมไปถึงงานมอเตอร์โชว์ เชียร์ลีดเดอร์ ล้วนยั่วยุเยาวชน เตือนหญิงสาวถ่ายเว็บแคมให้แฟนดูจะถูกโหลดไปขายตามพันธุ์ทิพย์ เผยธุรกิจใหม่ขายชุดชั้นในเก่าให้คนโรคจิตซื้อไปดม
คณะกรรมาธิการกิจการสตรี เยาวชน และผู้สูงอายุ วุฒิสภา ได้จัดสัมมนาปัญหาสื่อลามก ทางออกในมุมมองเยาวชน โดยมีนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เข้าร่วมสัมมนากว่า 100 คน โดยนายสมา โกมลสิงห์ บรรณาธิการรายการ “ถอดรหัส” และ “ย้อนรอย” ไอทีวี นำเสนอปัญหา และสื่อลามกว่าสื่อที่จะเข้าถึงเด็ก และเยาวชนได้มากที่สุดคือวีซีดี และอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะยูสเซอร์ของอินเทอร์เน็ตในมหาวิทยาลัยจะเร็วกว่าตามบ้านทั่วไป
โอกาสที่นักศึกษาจะโหลดไฟล์ลามกจากเว็บไซต์ทำได้สูงกว่าชาวบ้าน และปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวไปอีกขั้นมีบิทออร์เลนจ์ที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสามารถแชร์ไฟล์ระหว่างกันได้ ยูสเซอร์เข้าถึงยูสเซอร์ได้ โดยไม่ต้องผ่านเว็บไซต์ ดังนั้น หน่วยงานรัฐที่ทำหน้าที่กลั่นกรองเว็บไซต์ลามกจะไล่ตามปิดเว็บไซต์ลามกต่าง ๆ ถือว่าเปล่าประโยชน์ไปแล้ว
“ดังนั้น เมื่อโลกออนไลน์กันได้ก็ยากที่จะบล็อก และยิ่งรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้ แต่ละบ้านมีคอมพิวเตอร์ แต่มาตรการปกป้องเยาวชนจากเว็บไซต์ลามกยังไม่มี นอกจากนี้ สื่อลามกจะแอบแฝงมาในรูปแบบสื่อหนังสือพิมพ์ที่มีภาพดารา แต่งตัวโป๊ขึ้นหน้าปกทุกวันอาทิตย์ และข่าวการข่มขืนที่บรรยายเหตุการณ์เหมือนจริงอย่างละเอียดเป็น sex story และผู้หญิงที่นุ่งน้อยห่มน้อยที่เต้นอะโกโก้ตามงานมอเตอร์โชว์ต่าง ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้า การเดินแบบแฟชั่นโชว์ที่ใส่กางเกงในจีสตริง หรือการ แต่งตัวของเชียร์ลีดเดอร์ตามสถาบันการศึกษาที่หาโหลดได้ตามอินเทอร์เน็ต เป็นต้น ” นายสมา กล่าว
นายสมา กล่าวต่อว่า นอกจากอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจะราคาถูกลง กล้องวิดีโอก็ราคาถูกลงด้วย เวลานี้ กล้องที่ถ่ายตัวเองผ่านอินเทอร์เน็ต หรือเล่นเว็บแคมนิยมกันมาก โดยเฉพาะผู้หญิงจะถ่ายให้แฟนดูสรีระของตัวเอง หรือสำเร็จความใคร่กัน แต่ปรากฏว่าผู้หญิงไม่รู้ว่ามีการบักทึก แล้วดาวน์โหลดให้คนอื่นดูด้วย ต่อมาภาพนั้นรวมเป็นวีซีดี ถูกวางขายแถวพันธุ์ทิพย์ จึงถือเป็นข้อเตือนใจผู้หญิงไว้เลย และขณะนี้ มีเว็บไซต์ที่ขายชุดชั้นในผู้หญิงเก่า ๆ เพื่อให้คนที่เป็นโรคจิตซื้อไปสูดดม ซึ่งเคยพูดเตือนเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ที่พบในญี่ปุ่น เวลานี้ ในประเทศไทยก็มีแล้ว และมีคนบ้าพอที่จะซื้อด้วย
จากนั้นเปิดเวทีเสวนา “ทางออกของปัญหาสื่อลามกในมุมมองของเยาวชน” โดยเปิดให้เยาวชนที่เข้าร่วมสัมมนาแสดงความคิดเห็น ซึ่งนายวัลลภ จิตตรง นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า หนังสือพิมพ์เป็นสื่อประเภทหนึ่งที่โฆษณาประชาสัมพันธ์สื่อลามกได้ โดยอัตโนมัติ อย่างกรณีของวีซีดีนางเอกชื่อ น. ที่ได้นำเสนอข่าวนี้ อย่างครึกโครม และให้ความสำคัญมากกว่าข่าวอื่น ๆ ส่งผลให้เยาวชนที่ได้อ่านหนังสือพิมพ์ต้องการที่จะหาวีซีดีดังกล่าวมาดู ซึ่งหาได้ไม่ยาก เพียงแค่ไปที่ห้างดังกลางเมืองที่เป็นศูนย์ไอทีก็ได้วีซีดีดังกล่าวมาแล้วในราคาที่ไม่แพง